– E G Y P T – Um al-Dunya – Intro

   …ขอเกริ่น ณ จุดนี้ว่า กำลังรอวีซ่าอยู่ ก็ถ้าเกิดไม่ได้ หรือเกิดปัญหาอะไรขึ้น โพสต์รีวิว    ทริปนี้จะเป็นโมฆะ และขออภัยมา ณ ที่นี้

1024x768-data-out-74-36556640-egypt

งั้นเราจะเริ่มด้วย การขอยื่น วีซ่า สถานทูตอียิปต์ ประจำประเทศบ้านเรา

ก็จากที่เราได้ไปอ่านๆมา คนที่เขียนรีวิวทั้งทั้งหมดทั้งมวล เค้าก็่ว่ากันว่า ได้ 3 วันบ้าง 4 วันบ้างหล่ะ…เราก็โอเค น่าจะ 4- 5 วันมั๊ง คงไม่ถึงกับครึ่งเดือนเหมือนตอนที่เราขอวีซ่าของสหราชอาณาจักร มันช่างวุ่นวายซะเหลือเกิน…พอเคลียเรื่องว่าเราจะไปอะไรวันไหนตัดสินใจเรียบร้อยเราก็แพลนเรื่องเอกสารว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

⇒  เอกสารที่ต้องเตรียม (อันนี้เราเตรียมนะ เป็นแบบวีซ่าท่องเที่ยว ป๊าออกค่าใช้จ่าย หมายถึงแบบมีผู้ปกครองออกให้)
เราก็เลยเตรียมไว้กันเหนียว…เกินดีกว่าขาด

  1. Visa Application Form- สามารถดาวน์โหลดได้ในเวปไซต์ตามนี้เลย
    http://www.mfa.gov.eg/English/ConsularServices/appforms/Pages/EntryVisaApplicationForm.aspx
    แล้วก็ปรินท์ออกมา กรอกข้อมูลให้ครบเรียบร้อย
  2. Passport copied- ก็ไปสแกนซีร๊อกหน้าพาสปอร์ตมาให้เรียบร้อย ใครมีตัวเก่าก็เอามาด้วย
  3. Photo -รูปถ่าย พื้นหลังขาว 2นิ้ว เราเอาไป 2 รูปเลยนะ ถึงเค้าจะบอกว่าใช้ แค่ รูปเดียว ในเวป แต่ตอนยื่นก็ยื่นไป 2 อ่ะ สถานทูตก็เก็บไป 2เลยนะ …บอกว่าห้ามเกิน 6 เดือนแต่ก็เอาเหอะ ถ้าถ่ายแล้วปัจจุบันกับในรุปไม่ได้ต่างกันมากก็เอามาใช้ไม่ต้องถ่ายใหม่ให้เปลืองตังค์นาจา
  4. Bank Guaranteed- อันที่มันจะโชว์ว่าบัญชีเราอ่ะ มีกี่หลัก ที่ไม่ใช่ book banking ย้อนหลัง 3- 6 เดือนนะ เค้าไม่ได้เอาไป แต่ในเวปกับคนที่เขียนรีวิวอ่ะ เค้าบอกให้เอาไปแต่ทางสถานทูตเค้าไม่เอา ก็เดี๋ยวดูว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านเนี่ยแหละ …ลุ้นอยู่ …ปล อย่าลืมพกบัญชีจริงไปด้วยนะ เผื่อป้าเค้าถามหา
  5. House Regulation- ขอเป็นฉบับแปลแล้วนะเธอ …อันนี้ไม่ได้อยู่ในกำหนดแต่เค้าก็เก็บไปเหมือนกัน
  6. Plane Ticket – ตั๋วไปกลับ เราไม่รู้ว่ามันมีเวปที่จองได้โดยไม่ต้องเสียตังค่าตั๋วหรือเปล่า เราเชคสายการบินไทยที่ตอนแรกเรากะจะออกตั๋วปลอมๆ [ตอนขอ schengen+uk เราก็ใช้วิธีนี้ ]ไปก่อนเสมือนว่าเราได้จ่ายตังแล้ว แต่สรุปไม่มีเที่ยวลง มีแค่ egypt air เท่านั้น กับสายการบินของเครือตะวันออกกลางนั่นแหละ
    —-เราก็เลยจ่ายตังค์ค่าตั๋วไปแล้วจ้าาา—-นี่แหละที่กังวลว่าวีซ่าจะไม่ผ่าน และประเด็นคนขอคือ ผู้หญิงคนเดียวแต่จริงๆมีเพื่อนไปด้วย แต่รอเพื่อนทำเอกสารอยู่ เรามายื่นก่อน และประเทศที่ไปเป็นมุสลิม เราก็ไม่ค่อยสันทัดอะไรพวกนี้เท่าไร ว่าจะเคร่งอะไรแค่ไหน แต่เท่าที่เห็นก็มีผู้ญ ไปเยอะแยะนะ
  7. Booking  Hotel- ก็ตามเวปการจองโรงแรมทั่วไปเลยค่ะ. Booking.com /Agoda/ Hostelworld/ Airbnb/ แล้วแต่ตามสะดวกกายแล้วดีต่อใจของทุกๆท่าน
  8. Student Confirmed-เนื่องจากเราเรียนอยู่ก็ต้องไปขอเอกสารจากทางมหาลัย ว่า เราจะกลับมาเรียนนะ ไม่ได้จะวางระเบิดที่ไคโร เอกสารนี้ก็จะมีลายเซนต์รับรองของทางมหาลัยว่า เราเป็นนิสิตสถาบันนี้ เข้าปีไหนจบปีไหน แค่นั้นแหละ………ส่วนใครจะทำงานหรือฝึกงานหรืออะไรก็แล้วแต่ก็คงต้องไปขอจดหมายยืนบันหรือเป็นจดหมายเชิญจากหน่วยงานนั้นๆ

ข้อด้านล่างต่อจากนี้เราเอาไปเสริมเพราะกรณีของเรา มีคนอุปการะค่าเดินทางและใช้จ่ายให้

9. House Regulation -ที่เอามายืนยันว่า ชั้นเป็นลูกของพ่อ แม่ หรือใครก็ตามที่แสดงว่าคุณมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกันกับคนที่ออกค่าใช้จ่าย

10. Covered Letter -ที่หาFormatการเขียนได้จากกูเกิลเนี่ยแหละ แค่เขียนประมาณว่า ผมเป็นพ่อของ คนนี้นะ เป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดในระยะเวลาที่เราเดินทางวันนี้ถึงวันนี้ ละก็ล่าลายเซนต์พ่อ/คนออกค่าใช้จ่ายมาซะ ไว้แนบไปพร้อมกับbank guaranteed

11.Bank guaranteed- ของพ่อนั่นแหละ ในส่วนที่ไม่ได้มีคนออกค่าใช้จ่ายให้ก็เป็นบัญชีตัวเองไม่น่ามีปัญหาอะไร

12. Identification ของพ่อ แต่ตอนไปยื่นเค้าคืนมา โดยให้เหตุผลว่า ทะเบียนบ้านก็พอแล้ว

หมดแล้วสำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมไปขอยื่นวีซ่า

อยากจะเล่าเรื่อง เราไปยืนวันที่ 9 (ธค 2016)
คือป้าสถานทูตอ่ะ มารยาทในการโต้ตอบค่อนข้างแย่มาก บอกเลยตั้งแต่เราโปรไปทาง Call Center ละมีคนโอนสายมาที่ป้า แล้วก็เกิดการสอบถามข้อมูล ละป้าก็เริ่มทำเสียงหงุดหงิดใส่และวางหูโทรศัพท์ใส่ ดีงามสุดๆ ประทับใจซะเหลือเกิน พอไปยื่นจริงๆ โห คิวนี่ยาวมาก ทำ 3 นาทีเสร็จ คือแบบมีป้าอยู่คนเดียว ตอนทำ มีคนก่อนหน้าอยู่หนึ่งคน เอาเป็นว่า พอยื่นช่ะ ป้าก็แบบถามด้วยน้ำเสียงที่แบบ

ป้า: ไปทำไรคะ

เรา: อ๋อ ไปเที่ยวค่ะ…จริงๆมีเพื่อนไปด้วยคนนึงค่ะ แต่พอดีเพื่อนเอกสารยังไม่ครบค่ะ
(วางเอกสารเราลงละมองหน้าเรา มีควันออกจมูกและพูดด้วยน้ำเสียงที่แบบแย่สุดๆเทียบกับเป็นคนทำงานในสถานทูตนะ )

ป้า :  ทำไมไม่มาพร้อมเพื่อน เอาเพื่อนมาดีกว่านะ ผู้ญขอลำบากนะ ยากด้วย ละเป็นนิสิตด้วยยังเด็กอยู่เลย_M=#@$#$#551&$#%&((@…. มาวันหลังดีกว่ามั๊ย !!!
(ในใจ..ไม่น่าพูดคำว่าเพื่อนมาด้วยเลย คือเราก็เข้าใจ..แต่แบบเห้ยอะไรอ่ะ แบบนี้ก็ได้ด้วย ให้มาวันหลังแต่เอกสารพร้อมแล้ว)
อ้าวและที่เขียนนี่สามีหรอ (ในช่องกรอกมันจะมีให้กรอกข้อมูลว่ารู้จักใครในอียิปต์มั๊ย)

เรา: (เมื่อกี๊ป้าพึ่งบอกว่า กูยังเด็กอยู่เลย ละมาถามว่าสามีหรอ …ป้า!!! ) อ่อ แฟนเฉยๆค่ะ

ป้า: ไหนเอาพาสปอร์ตมาดู
..(ป้าหยิบไปดู เราคิดว่าน่าจะเห็นว่าเราเคยได้เชงเก้นกับอังกฤษมา ป้าเลยนั่งทำและเลิกบ่น)
– ยังไม่ต้องจ่ายตังค์นะคะ ถ้าได้น่าจะประมาณวันที่ 28 (ธค 2016) นะคะ ค่อยมาจ่ายก่อนวันรับวันนึง แล้วอีกวันค่อยมารับพาสปอร์ตค่ะ

เรา: …?…เอ่ออ อะไรนะคะ

ป้า: ก็ค่อยมาจ่ายวันนี้ยังไม่ต้อง (คืนเอกสารทีไม่ได้ใช้)

(เฮ้ยยยยยยยได้ด้วยหรอว้าา ..ยื่งคิดหนักกว่าเดิมว่าจะผ่านมั๊ยย)

เรา: (รับเอกสาร และเชคเอกสาร)***เน้นย้ำให้ทุกคนเชคเอกสารนาจา***   
ขอโทษนะคะ อันนี้เอกสารใบจองโรงแรมค่ะ…อ่อแล้วก็อันนี้เอกสารตั๋วเครื่องบินขากลับค่ะ (ตอนนั้นเราโมโหมากกับการที่เค้าบอกว่า ขอยาก และเค้ายื่น เอกสารสำคัญแบบนี้คืนกลับมา สะเพร่าที่สุด ไม่รู้ว่าแกล้งหรืออะไร)

ป้า: (รับเอกสาร) ค่ะ เสร็จแล้วค่ะ อันนี้ใบรับ เดี๋ยวถ้ายังไงคุณก็โทรมาถามเป็นระยะๆแล้วกันว่าเอกสารได้หรือยัง ตามเบอร์นี้ ถ้ายังไม่ได้ทางเราจะติดต่อไปที่เบอร์คุณแล้วให้มาชำระเงินก่อนรับเอกสาร ค่าใช้จ่าย 2,100 บาท (ขึ้นราคาแล้วเน่อ ไม่ใช่ 1,500นะ)

เรา: อ่อค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

เรื่องที่เรามาสรุปรวมๆคือเกิดขึ้นและดับลงภายใน 5 -10 นาที นั้นแล เดี๋ยวจะมาเล่าว่าจะรุ่งหรือร่วงละกัน

Advertisements

-P O R T U G A L- [ FARO ]

FARO มีอะไร??
……….ไม่มี……….จริงๆก็ไม่เชิง แต่บังเอิญทริปแรกที่เราเลือกบินลง คือที่นี่ อยูทางตอนใต้ของประเทศโปรตุเกส  ….ถามว่าทำไมถึงมาที่นี่ คือรู้จักกับเพื่อนโปรตุเกสคนนึง คุยไปคุยมาเค้าก็แนะนำมาที่นี่แล้วเราก็เชื่อเค้าเฉย เปิดดูรูปในกูเกิลก็ เห้ยสวยดีนะแกร ก็เลยเออเอาที่นี่ก็ได้ ตอนแรกแพลนที่วางจะเป็นแบบนี้ FARO>COIMBRA>LISBON>PORTO   สุดท้ายตัดCOIMBRA ออกเดี๋ยวจะบอกว่าทำไม…

มาทำความรู้จักเมืองนี้กันหน่อยแบบ ถ้าเสิชตามกูเกิล เครดิต LONELY PLANET
”The Algarve’s capital has a more distinctly Portuguese feel than most resort towns. Many visitors only pass through this underrated city, which is a pity, as it makes for an enjoyable stopover. It has an attractive marina, well-maintained parks and plazas, and a historic old town full of pedestrian lanes and outdoor cafes. Its student population of 8000 ensures a happening nightlife, and its theatre scene is strong. Marvellously preserved medieval quarters harbour curious museums, churches and a bone chapel. The lagoons of the Parque Natural da Ria Formosa and nearby beaches, including the islands of Ilha de Faro to the southwest and Ilha da Barreta (aka Ilha Deserta) to the south, add to Faro’s allure.”

นี่ก๊อปมา แต่ก็คือประมาณว่า อัลกราฟในความหมายจริงๆแล้ว คือจะแปลว่าตะวันตกสุดๆๆๆๆๆ เมืองสำคัญก็จะเป็นฟาโร และในนี่เค้าบอกว่า น่าเสียดายที่นักท่องเที่ยวเนี่ยมาแค่แบบ แวะแบบทางผ่าน ทั้งๆที่มีของสวยงามมากมายไรประมาณนั้นแหละ ….เอาเป็นว่าจะมารีวิวให้ฟังเอง
ο ที่บอกว่าไม่มีอะไรนี่คือ…มันไม่มีไรจริงๆแก คือตอนที่ไปเป็นกลางเดือนของ พฤษภา ซึ่งผู้คนในเมืองนั้นออกเมืองของตัวเอง และข้าพเข้าผู้ซึ่งจะปเยี่ยมชมเมือง ก็ได้เยี่ยมชม ..เมือง… จริงๆ หาผู้คนแทบมิได้
ขอไม่เล่าถึงรายละเอียดถึงความลำบากในการเดินทางจากสนามบินมายังที่พักละกัน แต่ขอบอกว่า เราสูง มากประมาณ150 กับกระเป๋า2ใบรวมกันได้24 กิโล และเมืองที่นั้น ไม่มีภาษาอังกฤษ เลยยยย ก็คงไม่ต้องพูดถึงว่า คนจะพูดภาษาอันใด….

ปล. เป็นเมืองแรกและคิดว่าเป็นเมืองสุดท้ายของทริปที่เราเลือกพักที่โรงแรม ประมาณว่ามา2วันแรกขอจัดระเบียบสมองและการสงบสติของตัวเองก่อน ….

⇔  เป็นตายร้ายดี ใน ฟาโร
    ความไม่มีคนมีจริงๆ ไม่หลอกด้วย เราพักที่โรงแรม IBIS ซึ่งข้อดีคืออยู่ใกล้สนามบิน 2.ใกล้supermarketที่ใหญ่มากอารมณ์แมคโคร แต่ก็แบบถ้ากลัวความร้อน+ความขี้เกียจเดินก็ไม่ต้องไปไหนละ เพราะแบบโรงแรมนี้แบบไม่รู้อ่ะ ไม่แนะนำ ไปอยู่ในตัวเมืองง่ายกว่า ไม่ต้องเสียเวลาขึ้นรถบัสที่แบบ30นาทีมาทีละยังไม่มีป้ายบอกด้วยว่าสถานี้ชื่ออะไร …[เหมือนกับนั่งรถเมลล์ไทยที่ต้องจำสายกันเองว่าไปไหน]….เมืองนี้เราพักแค่2วัน ก็มาชมภาพในเมืองกัน ใครมาที่นี่ต้องไป beach นะฮะ ไม่งั้นจะไม่คุ้มแต่ไม่มีรูปบีช เสิชกูเกิลดูเอาละกันเนาะ คล้ายๆกันหล่ะ
อย่างน้อยถึงจะไม่ได้เจอคนก็มีมีการเจอนก???ใครรู้มั่งว่าชื่ออะไร
ตัวใหญ่มาก +มาทั้งครอบครัวเลยในรูปคือ นั่นรังนะนั่น

ไอตอนเราเดินๆไปเจอรังนก พอมองลงมาเราก็เจอคุณลุง

คุณลุงกำลังถ่ายนกเช่นกัน เราเลยถ่ายคุณลุงแทน
มีภาพประกอบอื่นๆอีกมากมาย แต่เนื่องจากจะต้องรีวิวอีกหลายเมืองและหลายประเทศก้เอารูปไปดูก่อนละกันน…
2วันก็ได้ประมาณนี้แหละ จริงๆแล้วมาเมืองนี้อย่างที่บอก ขอเคลียตัวเองและเตรียมรับมือกับการผจญภัยเดี่ยวในอีกหลายประเทศข้างหน้านะจาาา

Backpack in Europe

13129647_1057169377678233_1651016422_nSAY HI EUROPE
——-ต้องขอเกริ่นว่า เป็นครั้งแรกที่เขียนบล๊อก อยากทำมานานแล้ว ละตอนนี้ก็ได้มีโอกาสมาเที่ยวตอนปิดเทอมก็เลย จัดไป อยากให้คนที่อ่านได้แบบรู้ด้วยว่าต้องทำยังไงเอกสารอะไรบ้าง เพราะเราก็เตรียมเองเที่ยวเองคนเดียวหมด ละยิ่งคนที่อยากเที่ยวแบบเรานะ ตอนเตรียมเอกสารนี่วุ่นวายมากๆ แต่ก็รอดมาอย่างปลอดภัยเนะ เอ๋อบ้างอะไรบ้าง แต่ไงก็จะมาเล่าสู่กันฟัง :P——-
ปล. ไม่ได้ยากและลำบากอย่างที่ทุกคนกลัว ไปเที่ยวไม่ต้องคิดมาก QUE SERA SERA —

 

เนื้อความสั้นๆ……….
เราต้องบอกว่า เราเองมีเวลาหยุด 3เดือน ตั้งแต่กลางพฤษภา-ถึงกลางสิงหา ที่นี้แพลนเราคือ เดือนกรกฎาคมเราต้องไปเรียนคอร์สที่อังกฤษ 1 เดือน สมัครไว้ ทำให้เรามีเวลาว่าง เดือนครึ่งก่อนหน้า และอีก2 สัปดาห์หลังเราเรียนจบคอร์สของอังกฤษ ไหนๆก็เสียตังค่าตั๋วมาแล้ว ก็ขอตระเวนรอบยุโรปเลยละกัน นี่คือสิ่งที่เราคิด
ถามว่ากลัวมั๊ย?ไปคนเดียว? ผู้ญ? โจร? เดินทาง? กิน? ภาษา? เลิกคิดมาก ตัดความกลัวออกไป ละแบบพยายามคิดให้ครบ ละก็สำคัญสุดๆ ********* ดูแลตัวเองและทรัพย์สมบัติของตัวเอง+ไหนๆจะเที่ยวก็หาเพื่อนนอกประเทศด้วย ชีวิตจะแฮปปี้มาก*****
ก็สรุปคือเราไปคนเดียวกับกระเป๋า2ใบที่รวมกันได้ 24 กิโล แล้วเราสูง 150 เซน ภาวนาให้กลับจากเที่ยวแล้วเราจะไม่เตี้ยลงไปกว่านี้

+ เอกสาร
ต้องเตรียมไรบ้าง ไหนๆเราก็ตะลุยเดี่ยวแล้ว ก็จะมาบอกความวุ่นวายให้ฟังว่าต้องมีอะไรบ้าง เนื่องจากเราไปทั้งยุโรปที่เป็นเชงเก้น และอังกฤษ ซึ่งไม่อยู่ในเชงเก้น เพราะฉะนั้นการขอเอกสารจากทางสถานทูต เราต้องขอวีซ่าทั้งเชงเก้นและที่อังกฤษ
***ใครคิดจะแพลนไปอังกฤษด้วย ต้องเชคกับทางสถานทูตของเชงเก้นว่าต้องขอวีซ่าอังกฤษก่อนรึเปล่า แต่คิดว่าน่าจะต้องอนุมัติจากอังกฤษก่อนแล้วค่อยไปขอของเชงเก้น

วีซ่าอังกฤษ
1. เราเคยไปอังกฤษแล้วมารอบนึงเลยไม่มีปัญหาอะไรมากมายเท่าไรในการเตรียมเอกสาร ง่ายๆเลยคือ ก็เข้าไปเวปไซต์ของทางสถานทูตอังกฤษ สมัคร กรอกข้อมูล ซึ่งในเวปไซต์ก็จะมีอธิบายให้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ***เตรียมให้ครบ เกินได้แต่ห้ามขาด

2. ในกรณีของเรา คือไปเรียน เพราะฉะนั้นเอกสารที่เราเตรียมคือ
2.1 ) ใบเสร็จการสมัครของทางอังกฤษ+จดหมายคอนเฟิร์มจากทางมหาลัยของที่นั่น (ปรินท์จากทางอีเมลล์)
2.2) ที่พักที่อังกฤษ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะพักอะไรยังไง Airbnb/Booking/Hostelworld etc. +ให้มีหลักฐานยืนยันท่อยู่และใบเสร็จหรือใบคอนเฟิร์มว่าเราอยู่ที่นั่นจริงๆ -สำหรับระยะสั้นคาดว่าถ้าใครจองผ่านbooking แล้วยังไม่จ่ายตังน่าจะใช้ได้เหมือนกัน
2.3) รูปถ่าย-อันนี้เชคในเวปไซต์สถานทูตได้เลย จะมีรายละเอียดบอกชัดเจนว่าพื้นหลังสีขาวขนาดเท่าไร
2.4) สำเนาทะเบียนบ้าน ที่แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว- ไปจ้างเค้าแปลเอา
2.5) พาสปอร์ต- อันนี้ต้องมีอยู่แล้ว ใครมีพาสปอร์ตอันใหม่อันเก่าก็เอาไปให้หมด +แนะนำให้ทำสำเนาทุกอันซัก2ฉบับเผื่อฉุกเฉินจะได้ไม่ต้องมาใหม่อีก
2.6) Bank statement ของอังกฤษจะ เป็นย้อนหลัง 6เดือน-จะเป็นการแค่ถ่ายเอกสารบัญชีธนาคาร อันนี้จะให้ธนาคารทำให้หรือทำเองก็ได้
2.7) Bank Certificate อันนี้ให้ธนาคารทำ เค้าจะออกเป็นเอกสารให้ *มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับธนาคาร ก็แค่เข้าไปแล้วบอกเค้าว่าจะไปประเทศอะไร แล้วจะทำไปเพื่อไปขอวีซ่า เค้าจะมีฟอร์มอยู่ +อันนี้ขอตอนใกล้ๆจะยื่นวีซ่า เพราะมันมีวันหมดอายู
2.8) ประกันการเดินทาง อันนี้เราทำกับ ACE Insurance แบบให้cover วันที่เราไปถึงวันกลับกรุงเทพ
2.9) อันนี้ที่วุ่นวายสุดๆ คือ แพลนการเดินทาง เพราะเราไปเชงเก้นก่อนไปอังกฤษ เพราะฉะนั้นเราต้องนั่งไล่จองที่พัก ของในเชงเก้นให้ครบทุกประทเศที่เราจะไป(ไม่ต้องจริงมากก็ได้ เอาให้พอที่เค้าคิดว่าเราจะไม่ไปเป็นบุคคลเร่ร่อนในประทศเค้า ของเรามายกเลิกทีหลัง เราส่งไปมีแค่2วันแรกที่ตามแพลนจริงๆ แบคแพคไม่มีใครรู้ล่วงหน้าหรอก ชิมิ)
***สำคัญคือต้องมี วันเวลา เน้นว่าทุกวัน สำหรับเราทำละเอียดเพราะเรากลัวว่าจะไม่ผ่าน 555/ใส่วิธีการเดินทาง แค่เขียนว่า รถไฟ รถบัส แค่นั้นพอก็ได้ แต่ต้องมี /-ที่พักที่ไหนและก็ที่อยู่+เบอร์โทร/ มีอะไรบ้าง แบบลิสต์คร่าวๆแบบคร่าวโคตรๆ
2.10) เอกสารรับรองของทางมหาลัยว่าเป็นนิสิตนะ ยังเรียนอยู่นะ -เดี๋ยวเค้าไม่รู้ว่าเราจะไม่กลับมาประเทศไทย
2.11) สำเนาเอกสารบัตรประชาชน ของพ่อ แม่ ของตัวเอง เอามาให้หมด แต่ไปถึงที่นู่นเดี่ยวเค้าก็คืน แต่ก็เอาไปเผื่อเถอะ
2.12) Cover letter อันนี้ไปดูแบบฟอร์มในกูเกิลดูก็ได้ หรือไม่ก็เสิชว่าcover letterตามด้วย pantip เดี๋ยวก็จะมีมาให้เลือกเต็มไปหมด เวปไซต์นี้ดีมีประโยชน์

3. จากนั้นได้เอกสารครบแล้วก็ นัดวันเวลาแล้วก็ไปตามนั้นแหละ ถ้าใครขี้เกียจรอคิว ทางศูนย์เค้ามีบริการจ่ายตังเพิ่มแล้วก็จะได้ลัดคิว ใช้เวลาประมาณไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็เสร็จ

4. สถานทูตอังกฤษเป็นอะไรที่รอนานมาก ใช้เวลา 7-15วันทำการซึ่งเค้าก็ได้ใช้มันอย่างเต็มที่ เราได้พาสปอร์ตวันที่10 พอดี *แนะนำว่าตอนนัดวันเวลาให้เตรียมตัวทำเอกสารพวกนี้ก่อนซัก1-2เดือน แล้วก็คำนวณเวลาดีๆว่าเราจะเอาพาสปอร์ตวันไหนแล้วให้ถอยหลังจากวันที่เราอยากได้ไป 15 วัน ไม่นับวันหยุดของทางสถานทูตนะ สามารถเชคได้ในเวปไซต์เช่นกัน

5. ที่นี้ก็นั่งง่อยนับวันรอเอกสารไป ถ้าเดือดๆหน่อยก็ตื่นเต้นนิดๆว่าจะได้ทันวันเราไปเที่ยวรึเปล่าทางศูนย์จะมีการส่งแมสเสจมาว่าได้แล้วนะ ให้ไปเอาได้แล้ว แต่ไอที่ได้เนี่ย ได้ไป หรือได้คืนเพราะเอกสารไม่ครบก็ไม่ทราบ แต่ถ้าเอกสารไม่ครบคาดว่าพนักงานน่าจะโทรมาบอก  พอได้รับพาสปอร์ตแล้วก็   ดีใจด้วยค่ะ เตรียมตัวเที่ยว 😀

จบ EPISODE 1

Baan Elephant…🐘Chiangmai

วันนี้จะมาแชร์กิจกรรมสำหรับคนชอบช้าง 🐘🐘🐘

ช้างงง

ถ้าถามว่าเลือกไปของที่ไหนดีหรอ…เราแนะนำให้ไปพวกบริษัทเล็กๆ เราก็จะได้สวีทกับช้างมากกว่า ละมันก็จะค่อนข้างชาวบ้านกว่า และก็จะได้ช่วยช้างแบบจริงๆด้วย 🐘

มาครั้งนี้เราก็เลือกใช้บริการของ Johnyboytreks

มีหลายราคาให้เลือก มีทั้ง เต็มวัน ครึ่งวันเช้าบ่าย แล้วแต่สะดวกเลย และเราก็คิดว่าบรรยากาศก็สบายๆ ไม่ได้บังคับน้องช้างอะไรมากมาย ละก็มีรถรับส่งถึงที่พัก พร้อมอาหารกลางวันและก็พาไปน้ำตกใกล้ๆแถวนั้น เผื่ออยากจะแช่น้ำต่อ

เราจองช่วงเช้าไป เค้าก็มารับที่พักประมาณ 7 โมง มีคุณลุงกับคุณป้า ละก็แขกที่พักอีก2คน สรุปรวมเราแล้วก็ประมาณ 5คน

ถึงแล้วว …บรรยากาศไม่หนาวมากอย่างที่คาดไว้กับการมาเยี่ยมเยือนเชียงใหม่อีกครั้งในปลายปีนี้

สภาพฟ้าจากฝนที่ตกมาทั้งวันนะฮะ☔️☔️☔️

กำลังฟังพี่เลี้ยงช้างบรรยายว่าวิธีทำยาให้น้องช้างกอน ทำยังไง

อ่ะมาถึงการทำยาให้น้องช้าง

น้องช้างทั้งหลายเนี่ย กินวันละ 400กิโล 🍌🍌🍌 น้ำประมาณ 50 แกลลอน

ตอนแรกพี่เลี้ยงช้างก็แจก ครก ค่ะ

ในครก ก็จะมี มะขาม เกลือ ข้าวเหนียว ละก็กล้วย1 ใบ จากนั้นเราก็ ตำ!บด!ขยี้!เอาให้มันเข้ากัน ให้น้องช้างขับถ่ายอย่างคล่องก้น

สภาพตอนตำเสร็จก็จะเป็นประมาณนี้แล

เสร็จแล้วเราก็เอาใส่เปลือกกล้วย ละก็ป้อนให้น้องช้างกินเข้าปากเลย เพราะถ้าป้อนผ่านงวง น้องช้างก็จะเขวี้ยงทิ้ง

พอเสร็จก็มาช่วยกันแกะกล้วยใส่ตะกร้า ซึ่ง พี่เลี้ยงช้างทำอย่างโปร เห็นความเร็วนั่นไหม….

ถึงเวลา ป้อนช้าง ซึ่ง งวงของแต่ละนางเนี่ย หนักอย่างกะล้อรถ

ละพอกล้วยหมด นางก็สะบัดตูดหนี กว่าจะได้รูปช่างยากลำบาก

พอให้อาหารเสร็จ ก็จะพาน้องช้างส์ไปอาบน้ามม มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำ ซึ่งนางก็ลงไปกลิ้งอยู่แปปนึง เราก็เดินไม่ทันอาบ เพราะขาติดโคลนอยู่

ลืมบอก…เวลาจะให้น้องช้างอ้าปาก เค้าจะพูดคำว่า โบนนนน!!! น้องช้างก็จะอ้าปาก

นั่ลลั๊กกกมากตอนน้องช้างกลิ้งง…

ก็เป็นอันจบกิจกรรม ถ้าใครว่างอยู่แถวเชียงใหม่ก็ลองมาได้ เบื่อจากคนก็มาหาน้องช้าง เงินที่จ่ายเอาไปซื้อค่าอาหารให้น้องช้าง เพราะน้องกินเยอะมากค่ะ

ปิดท้ายกับภาพน้ำตกที่จำชื่อไม่ได้ ที่เค้าพาไป

30/30/2017 ต้อนรับก่อนปีใหม่ 🐘🐘🐘

EGYPT – PART II

กลับมาตามคำเรียกร้อง…ไม่มีใครเรียกร้องเลยจริงๆแล้ว จะพยายามทยอยเขียนให้เสร็จภายในปีนี้นะทุกคน..

ละก็เป็นการออกต่างประเทศครั้งแรกของขุ่นแม่ด้วย 55+

ขอเกริ่นว่า ตอนที่เราไปเนี่ย เป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศอียิปต์พอดี … อียิปต์หนาวนะเออ หนาวมากด้วย แฟนเราก็บอกว่าให้เตรียมเสื้อหนาๆมานะ เอามาเยอะๆ เราก็แบบ เห้ยยมันจะหนาวแค่ไหนเชียว ตอนอยู่อังกฤษมันก็ไม่ได้หนาวขนาดนั้นน 2-3ชั้นก็พอไหวแหละ เราก็บอกแม่ว่า แม่ไหวแน่นอน ซึ่งเรารู้สึกผิดมากๆกับการตัดสินใจครั้งนี้…ในหัวนี่คือแบบ อียิปต์เมืองทะเลทรายแกก ร้อนมากๆ เหมือนในหนังอ่ะ

เราเลือกซื้อตั๋วแบบที่มันเปลี่ยนเครื่องได้ ไม่งั้นตูดคงระบม ไปตามๆกัน …

จากนั่งๆนอนๆมาหลายตื่น ดูหนังไป 10 กว่าเรื่อง สจ๊วตก้ประกาศว่าใกล้ถึงแล้วนะครับ เราก็นั่งตรงหน้าต่างใช่มั๊ย ลองเอามือ อังๆกระจก เย็นได้ใจทีเดียว แต่ในใจนี่ก็ยังเชื่อมั่นหนังหน้าตัวเองว่า …ไม่หนาวเว่ยแก ไม่หนาว ….
วิวจากด้านบนก็ประมาณนี้ ดูแห้งๆ ต้นไม้ก็คงเต็มไปด้วยฝุ่นทะเลทราย

Image may contain: aeroplane, sky, outdoor and nature


เพิ่มเติม !! ภูมิอากาศ ประเทศอียิปต์มีภูมิอากาศร้อน แห้ง และอากาศหนาวระดับปานกลาง แบ่งเป็น 4 ฤดู

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม)             อุณหภูมิ 15-32 องศาซิลเซียส

ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม)                 อุณหภูมิ 21-43 องศาซิลเซียส

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน)          อุณหภูมิ 19-34 องศาซิลเซียส

        ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์)                อุณหภูมิ 8-20 องศาซิลเซียส……THIS IS FREAKIN COLDDDD!!!
ปล. แต่แนะนำว่าไปหน้าหนาวดีกว่าหน้าร้อนนาจา เพื่อจะได้ไม่รู้สึกหัวร้อนและปรอทแตก จากอุณหภูมิ และผู้คนวุ่นวาย และเสียงแตรที่แบบ โอยยยย..อ่ะ


พอลงเครื่องปุีป รีบบอกให้แม่ใส่เสื้อหนาวเลยจาา แม่เราขี้หนาวมาก ใจเราก็ยังสู้อยู่ คนมันดื้อๆ..Image may contain: one or more people and people sittingก็เดินออกมาจากเกต และ เนื่องจากมีเหตุการณ์วางระเบิดในประเทศ เค้าเลยห้ามให้คนเข้ามาในสนามบินเลย อยู่แค่ข้างนอกเท่านั้น ถ้าไม่มีตั๋ว จะญาติจะพ่อจะแม่ ถ้าไม่มีตั๋วก็ห้ามเข้า และต้องเชคดีๆทั้งขาไปขากลับด้วยว่า มันอยู่ Terminal ไหน เพราะถ้าไม่มีรถ ระหว่าง Terminal เนี่ย มิสิทธ์ตกเครื่องนะคะ
…เพราะฉะนั้น ภาพที่เห็นตอนนออกมาจากประตูเนี่ยมันก็จะเป็นอารมณ์บรรดาอาหรับทั้งหลาย หน้าตาก็เหมือนกันหมด แบบ มีหนวดๆๆหนาๆเหมือนเอากาวหนังไก้สีดำมาแปะอ่ะแก จ้องมองมาที่เราแบบตัวประหลาดเข้าประเทศ เราก็พยายามมองหาแฟนเราเว่ยละก็หาไม่เจอ …ก็เลยโทรศัพท์หาแฟนเราให้ช่วยหาเราที แล้วก็เจอพอดีนั่นแหละ เราก็ออกจากสนามบินนั่งรถ เข้าเมือง ทักทาย สวัสดีคุณแม่เรียบร้อย

.. อันดับแรกที่ทำนี่คือ พาไปร้านผลไม้ปั่นที่เราถามแม่ว่า ที่ไปมาชอบมากที่สุดคือสิ่งนี้ “สตอร์เบอร์รี่ปั่น ” มันคือ สตอร์เบอรรี่ปั่น 100 เปอร์เซนต์และผลไม้อื่นๆที่แบบมันไม่มีน้ำเชื่อมน้ำแข็งไรไม่มี ละแบบถูกมาก ประมาณ 30 กว่าบาท มันดีงามมมสุดๆๆ…ใครไปอยากจะให้ลิ้มลอง เดี๋ยวจะมาแปะข้อมูลร้านให้ Continue reading EGYPT – PART II

– E G Y P T – Um al-Dunya – part I

ในส่วนของเราก็ได้วีซ่าอียิปต์อย่างเป็นทางการ ณจุดนี้ ใจพร้อมมาก แต่เปิดเทอมหน่ะหรอ การทำสตู โรงพยาบาล ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลยค่ะ
อัพเดตการทำวีซ่าของคุณแม่
– เอกสารทุกอย่างเหมือนปกติที่ยื่น เพิ่มเติมของคุณแม่จะเป็น
1. เอกสารราชการที่รับรองว่า ช้ั้นทำงานที่นีนะ ระบุตำแหน่ง และวันที่เข้ารับราชการพร้อมเงินประจำตำแหน่ง
2.ในกรณีถ้าเป็นแม่บ้าน และมีคนออกค่าใช้จ่ายให้ก็ เอาเอกสารรับรองว่าเป็นอะไรกัน เช่น ทะเบียนสมรส หรือ Cover Letter อะไรก็ว่าไป

〉〉〉 สรุปโดยรวมแล้ว ระยะเวลาทำการโดยประมาณคือ 1 สัปดาห์ แต่ก็ชัวร์ๆ ก็ควรนับถอยหลังจากวันเดินทางประมาณ2 สัปดาห์
〉〉〉 การไปรับวีซ่า ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่จะไปยื่นพร้อมคุณแม่ ณวันนั้น ป้าสถานทูตยิ้มหน้าบานมาก ป้าแฮปปี้มากค่ะ ไม่รู้เป็นอะไร โคตรคนละคน และเหมือนเดิม ไม่มีคิวใดๆ ไปจนตำรววจด้านหน้าจำหน้าได้แล้ว

⇒หลังจากได้ววีซ่าเรียบร้อยก็ตกลงคุยกันกับมนุษย์ลิงว่า จะไปไหนกันดี ที่แม่เราจะสามารถเดินทางได้แบบไม่ใช่แบคแพคที่เราเคยไป ไหนๆท่านแม่มาด้วยก็คงต้องหาที่พักสบายๆหน่อย ทริปไม่โลดโผนมาก เดี๋ยวคุณแม่จะเมื่อยตูดเอา
การไปครั้งนี้ ทริปที่ลิสต์ที่มนุษย์ลิงเลือกมาให้ละให้เราไปถามคุณแม่ก็จะมี
1. Cairo [ซึ่งเราลงที่นี่อยู่แล้ว มนุษย์ลิงก็อยู่เมื่องนี้]
2.Siwa [เป็นสถานที่ที่เป็น Oasis ของ ประเทศอียิปต์กันเลยทีเดียวหล่ะ]
3.Dahab [มนุษย์ลิงชอบมากกก บอกว่ายูต้องชอบแน่ๆเลยย]
4. Luxor [Historical Places ที่นักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร ประมาณว่า มาที่นี่ก็ควรจะมา แต่ก็ชั่งใจมากๆๆ]
5. Aswan [คล้ายๆเมืองท่านะ แต่ไม่ใช่ ที่นี่ลงว่ายน้ำไม่ได้ด้วย อยู่ทางเดียวกับ Luxor]
6.Marsaalam [โคตรน่าไปว่ายน้ำ อารมณ์เป็นเมืองรีสอร์ท มีที่พักโรงแรม 5 ดง5ดาวทีราคากำลังโอเคพอจ่ายไหว ประมาณว่าราคา 2-3 ดาวของโรงแรมบ้านเรา แต่น้ำใสมากๆๆๆๆๆๆๆ]
7.Sharm Elsheikh [เมืองปาร์ตี้ อันนี้เด็จแม่ไม่่สนค่ะ ก็เลยต้องตัดออก และมนุษย์ลิงก็ไม่ดื่มด้วย สรุปมีข้าที่ดื่มคนเดียว อดดดด]
8. Mousa Mountain in Saint Catherine [ถ้าไปคงดีงามพระราม 8 แบบเออพวกชอบสูงๆปีนๆก็แนะนำค่ะ แต่ไมอยากให้เหนื่อย+มันต้องค้างคืน ละไปแค่ 10 วันอ่ะนะ ก็คงต้องเลือกสักอย่าง]

〉〉〉  หมดแล้ว ตัวเลือก  ลิสต์ๆมา ถ้าดูจากในแผนที่ นี่คนละทางกันทุกที่เลยนะ และทุกอย่างเสมือนว่าจะต้องผ่านเมืองกิซา/ไคโร แบบบายซัมฮาว เพราะฉะนั้นการเดินทางถ้าจะต้องไปทุกที่นั้นมีความเป็นไปได้ แต่ใช้ระยะเวลาที่นาน มากกว่า 7-10 ชั่วโมง ถ้ามีเวลาก็ดี แต่นี่แค่10วันไง เลือกแค่ 2 ที่กำลังโอเค แต่ถ้ามาสายลุย ในระยะเวลา 10 วันนะ  3 สถานที่ที่ให้ข้างบนอ่ะกำลังได้เลย

 

– S I N G A P O R E –

1
TRAVELLERS : ME + AOMORMM

รอบนี้ อาจจะเป็นรูปส่วนใหญ่ เพราะ ไปมานานๆๆๆๆมากๆๆแล้ว กับเพื่อนสนิทของข้าเอง
จะเรียกว่าอย่างไรดี ทริปฉุกละหุก???

เรื่องเล่าโดยคร่าวสุดๆ

เรา: มึงง อยากไปที่ไหนซักที่ใกล้ๆ นอกประเทศ
ออม: เวียดนาม?
เรา: สิงคโปร์?

ออม: เออก็น่าสน
เรา: ไป? ไปป่ะป่ะป่ะ ป่ะ

………………………………………..

โอเคนี่คือทริปเอเชีย ทริปแรกกับแม่บ้านญี่ปุ่นไซส์มินิ ครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นมาก (ตอนแรกไม่เคยคิดว่าเพื่อนจะเหมือนแม่บ้านญี่ปุ่น จริงๆแล้วเพื่อนมี 3 สัญชาติรวมกันญี่ปุ่น เกาหลี จีน)

ให้ดูหน้าเพื่อนเบาๆ ชีขาว ละชีน่ารักมาก ละชีก็ดุมากเช่นIMG_2040.JPGกัน

ก็ประเทศนี้ง่ายมาก วีซงวีซ่าไม่ต้อง ซื้อตัวเครื่องบิน + บัตรประชาชน จบบ ไปโลดดดดจย้า

สายการบินอะไรดีหล่ะ?

เรากะออมก็ซื้อตั่วของสายการบิน Scoot Air เป็น Low cost ของสายการบินของ สิงคโปร์เอง
http://www.flyscoot.com

ไป 5 วัน 4 คืน ส่วนออมกลับก่อน 1 วัน

มาเริ่มม
ที่พักของเราอยู่ในโซนของ China Town ซึ่ง ค่อนข้างตามชื่อ ของกินเพียบ ่บินตอนกลางคืน ถึงเช้าเลยค่าา ก็มาลงที่สนามบิน Changi ซึ่งใหญ่มากพอสมควร ดู Terminal ดีๆ

ถึงแล้วที่พัก นั่นไง เห็นสีฟ้านั่นไหม Hostel เราเองงงง ยังเช้าๆ คนยังไม่ตืนนเลยย ทำไรดีหล่ะ

เดินเล่นๆๆ ตึกก็แบบยังไงดี แนว Modern Tropical มั๊ง มีการผสมความใหม่ความเก่าออกจะแบบ  shop houses ละก็เป็นออฟฟิส หรือร้านค้าเล็กๆตามรายทางแล้วแต่จะตกแต่ง เหมือนตึกแถวบ้านเราแหละ แค่ของเรามันไม่ยื่นส่วนบนอาคารมาบังแดด ร้อนมั๊ยหล่ะ นี่เดินเล่นรอเชคอิน

 


 

 

 

The Buddha Tooth Relic Temple & Museum
เข้าวัดเข้าวากันบ้าง  ปล. ใส่ชุดเรียบร้อยนะคะะ ถ้าไม่มี มีให้ยืมด้านหน้ากระโปรงยาวๆกันไป ก็วัดนี้ก็อยู่ในยุคราชวงศ์ถัง นี่ยังอยู่ในโซน ไชน่าทาววน์อยู่นะ เดินมาไม่ไกลมาก วัดนี้ก็เหมือนสร้างขึ้นเพื่อจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมตั้งแต่ร้อยปีก่อนโน้น ละก็ให้ชื่อนี้จากฟันซี่ซ้ายของพระพุทธเจ้า ประมาณนั้น มีหลายชั้น มีชั้นนึงให้คนแบบมานั่งทำสมาธื จงกรม ถอดจิตรึเปล่าก็ไม่รู้ นั้นแหละ แต่เราชอบข้างในนะ มันแบบทึ่งดีกับการเจอความ ซ้ำ Repetitive ขององค์พระ

เรา: มึงงมองกล้องหน่อย

ออม: (ยิ้มตลอดขอให้บอก…)

 


 

Singapore City Gallery
จากนั้นนนนนน…ก็เดินขึ้นเนินต่อไปซิ อันนี้ เป็น gallery ที่แสดงถึงความเป็นไปของประเทศนี้ ใน 50 ปีเนี่ย ละข้างในมันก็มีการจัดแสดงผลงานต่างๆ พีค คือเป็นโมเดลของทั้งเมืองสิงคโปร์เลย ที่จะมีลักษณะเป็น 270 องศาววิวพาโนรามา เรายังสามารถแบบไปกดปุ่มไฟโน่น นี่นั่น ก็โอเคแบบเข้าใจง่ายและเห็นสิงคโปร์ตั้งแต่ชั้นล่างยันขึ้นชั้นที่ 3 มองลงมาก็ยังแบบ อู้หูววว..

ข้อมูลสถานที่

45 Maxwell Road, The URA Centre, Singapore069118
Operating Hours
Monday to Saturday, 9am – 5pm

 

Continue reading – S I N G A P O R E –